วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ชาวนาไทยอย่าร้องไห้

วานนี้ได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ คุณนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โต้เรื่องการเปิดตลาดข้าวเสรี ก็พลันนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมา "ชาวนาไทยอย่าร้องไห้" ด้วยความสงสารชาวนาไทยกระดูกสันหลังของชาติ ซึ่งกำลังจะเผชิญกับวิบากกรรมสาหัสในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เมื่อตั้งชื่อเรื่อง "ชาวนาไทยอย่าร้องไห้" ก็ทำให้ผมคิดถึงเพลง Donžt Cry For Me, Argentina เพลงดังจากละคร Evita ขึ้นมาทันที มีความหมายลึกซึ้งดีไปฟังดู

ท่านผู้อ่านคงจำได้ ช่วงนี้ผมเขียนเรื่องข้าวไปสองครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วและวันจันทร์ เรื่องการเปิดตลาดข้าวเสรีของไทย ให้ประเทศอาเซียนส่งข้าวเข้ามาขายในไทยได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า และเรื่อง เศรษฐีน้ำมันอาหรับที่ไปลงทุนปลูกข้าวในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะมีนอมินีซื้อนาปลูกข้าวอยู่ในเมืองไทยแล้วก็ได้ แต่เราไม่รู้

ผมเขียนเรื่องข้าวด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วงชาวนาไทย ปกติก็ขายข้าวขาดทุนไม่คุ้มค่าปลูกอยู่แล้ว เพราะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา จนต้องออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกปี

ถ้าเปิดตลาดข้าวเสรีให้เพื่อนบ้านเมื่อไร ชาวนาไทยตายแน่ๆ เพราะข้าวไทยขายแพงกว่า สู้ราคาข้าวเพื่อนบ้านอาเซียนที่ขายถูกกว่าไม่ได้ มิหนำซ้ำรัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆออกมารองรับ ทั้งๆที่จะเปิดตลาดข้าวเสรีในวันที่ 1 มกราคมปีหน้านี้แล้ว ผมเชื่อว่าชาวนาไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำ

คุณนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คนรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ชี้แจงผม แต่ให้สัมภาษณ์ตอบโต้เรื่องนี้ในสื่อทั่วไปว่า

ไทยยืนยันจะเปิดตลาดข้าวเสรี ตามข้อผูกพันกับอาเซียน จะลดภาษีนำเข้าข้าวเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 1 มกราคม 2553 หากไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือชะลอการเปิดตลาดข้าวไทยออกไป จะทำให้เกิดผลกระทบในฐานะผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง สมาชิกอาเซียนมีสิทธิตอบโต้ไทย โดยขึ้นภาษีนำเข้าข้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับที่ผูกพันไว้กับองค์การค้าโลก ทำให้ไทยเสียเปรียบเวียดนาม อาจสูญเสียตลาดส่งออกข้าวในที่สุด

แล้วประเทศอื่นในอาเซียน ลดภาษีนำเข้าข้าวเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์หรือไม่

มาอ่านคำตอบจาก คุณนันทวัลย์ เองดีกว่าครับ

ที่ผ่านมาไทยผลักดันให้ประเทศอาเซียนอื่นๆ ลดภาษีข้าวให้ไทยภายใต้กรอบอาเซียน เช่น มาเลเซีย ต้องลดภาษีผูกพันในองค์การค้าโลกจาก 40 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซีย จะลดภาษีผูกพันจาก 160 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2015 โน่น และ ฟิลิปปินส์ ไทยกำลังเจรจาให้ลดภาษีจาก 40 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลืออย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์

คำตอบนี้แสดงว่า ไม่มีประเทศไหนในอาเซียนลดภาษีนำเข้าข้าวเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์เหมือนไทยเลย แม้แต่ประเทศคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ผมก็ไม่รู้กรมนี้เขาไปเจรจากันอีท่าไหน ประเทศไทยจึงเสียเปรียบมโหฬารขนาดนี้ เป็นฝ่ายลดภาษีเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์แต่ฝ่ายเดียว แต่ประเทศอื่นยังเก็บภาษีนำเข้าหมด

ยิ่งได้ข้อมูลชัดเจนอย่างนี้ ผมก็ยิ่งสงสารชาวนาไทยหนักขึ้นไปอีก

ส่วนเรื่องที่ผมเป็นห่วงว่า ข้าวจากเพื่อนบ้าน เวียดนาม พม่า ลาว เขมร จะเข้ามาตีตลาดข้าวไทย เพราะมีราคาถูกกว่าข้าวไทย แม้แต่ชาวนาไทยก็อาจต้องซื้อข้าวต่างชาติกินแทนข้าวที่ตัวเองปลูกเพราะราคาถูกกว่า

คุณนันทวัลย์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว เช่น กำหนดด่านนำเข้าข้าวเฉพาะ มีการตรวจความปลอดภัยด้านอาหาร ผู้นำเข้าข้าวต้องมีใบรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้าข้าว ใบรับรองปลอดจีเอ็มโอ รวมทั้งติดตามการเคลื่อนย้ายข้าวและการเก็บรักษาข้าว

แล้วทุกวันนี้ "ข้าวเถื่อน" จากประเทศเพื่อนบ้านที่นำเข้ามา "สวมสิทธิจำนำกับรัฐบาล" โกงเงินภาษีคนไทยไปดื้อๆ ตรวจกันยังไงมิทราบครับ ท่านอธิบดี

เรื่องนี้ผมคิดว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย และรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ดูแลกรมนี้ คงต้องมีคำตอบให้ชาวนาไทย ทำไมเราไปอุ้มชาวนาต่างชาติมารังแกชาวนาไทย.

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์"ลม เปลี่ยนทิศ"

ไม่มีความคิดเห็น: