วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เศรษฐีอาหรับลุยทำนา

การเปิดเสรีตลาดข้าวอาเซียน ชาวนาไทยสะอื้น ถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือชาวนา เที่ยวนี้ชาวนาไทยคงได้ขายนาให้แขกอาหรับแน่ เพราะข้าวไทย จะถูกข้าวเพื่อนบ้านที่มีราคาถูกกว่าส่งเข้ามาตีตลาดในประเทศกระเจิงแน่นอน

เรื่องเศรษฐีน้ำมันอาหรับ ออกล่าที่นาปลูกข้าวทั่วโลก ไม่ใช่เรื่องพูดกันเล่นๆ วันนี้ผมมี ข้อมูลเอ็กซ์คลูซีฟ จากวารสาร การเงินธนาคาร ฉบับเดือนกรกฎาคม ที่เจาะลึกในเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้คนไทยรู้ว่าเรื่องนี้แขกอาหรับไปไกลแล้ว

วารสาร การเงินธนาคาร รายงานว่า เมื่อต้นปีนี้ กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ประเทศมหาเศรษฐีน้ำมัน เพิ่งจะจัดงานใหญ่ฉลองต้อนรับ ผลผลิตข้าวงวดแรก ที่ได้จากการไปลงทุนปลูกข้าวใน ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อปีก่อน ในฐานะ เจ้าของนา และ เจ้าของข้าว ครั้งแรกในโลกอาหรับ

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไปลงทุนเช่าที่นาจากรัฐบาลเอธิโอเปีย มูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีก่อน ปลูกข้าวเจ้า ข้าวบาร์เลย์ และ ข้าวสาลี เพื่อส่งกลับไปบริโภคในประเทศซาอุดีอาระเบียที่มีแต่ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง

แม้แขกอาหรับจะร่ำรวยมหาศาลจากการขายน้ำมัน มีเงินสร้างเมืองใหม่ตึกใหม่ทันสมัย ทำเมืองในทะเลทรายเขียวขจีไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้าและสนามกอล์ฟ แต่ก็ยังไม่รวยพอที่จะกลั่นน้ำทะเลไปใช้ในการปลูกข้าวเป็นแสนเป็นล้านไร่ เพื่อเลี้ยงปากท้องของคนอาหรับ เพราะค่ากลั่นน้ำทะเลมันแพงเกินกว่าที่จะเอาไปปลูกข้าว

ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการไป ซื้อที่นา หรือ เช่าที่นา ในประเทศยากจนปลูกข้าวแล้วส่งกลับไปเลี้ยงคนในประเทศ ซึ่งหลายประเทศในตะวันออกกลางก็ทำอย่างนี้

สถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศสหรัฐฯ ได้ศึกษาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดพบว่า นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ที่ดินเกษตรกรรมในประเทศยากจน ถูกนักลงทุนต่างชาติและรัฐบาลต่างชาติ เช่าไปเป็นจำนวนมากถึง 15-20 ล้านเฮกตาร์ ประมาณ 90-120 ล้านไร่ เทียบเท่ากับพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศฝรั่งเศสทั้งประเทศเลยทีเดียว

เมื่อคำนวณออกมาเป็นเงินลงทุนและค่าเช่าแล้ว มีมูลค่าสูงถึง 20,000- 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 680,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านบาท มากกว่ามูลค่าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนของ ธนาคารโลก ถึง 10 เท่า

ประเทศยากจนในแอฟริกา ต่างก็นำที่ดินเกษตรกรรมให้ต่างชาติเช่าเป็นจำนวนมาก เช่น ซูดาน ให้ รัฐบาลเกาหลีใต้ เช่าที่ดินเกษตร-กรรมเกือบ 700,000 เฮกตาร์ ประมาณ 4.3 ล้านไร่ ให้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี เช่าอีก 400,000 เฮกตาร์ ประมาณ 2.4 ล้านไร่ และประกาศจะกันที่ดินเพาะปลูกอีกประมาณ 1 ใน 5 ของภาคการเกษตร เพื่อให้เศรษฐีน้ำมันอาหรับมาเช่าทำเกษตรกรรมอีกด้วย

ล่าสุด รัฐบาลจีน ก็ไปทำสัญญาเช่าที่ดินกับ รัฐบาลคองโก ในแอฟริกาอีก 2.8 ล้านเฮกตาร์ ประมาณ 17 ล้านไร่ เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันส่งกลับประเทศ

เมื่อมีข่าวเศรษฐีน้ำมันอาหรับมาดูพื้นที่เกษตรกรรมไทย เพื่อหาช่องทางลงทุนทางการเกษตรในเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เขาก็ตระเวนหาไปทั่วโลกอยู่แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับคนไทยและรัฐบาลไทยจะยอมให้ต่างชาติซื้อที่นาหรือเช่าที่นาไปปลูกข้าวแข่งกับชาวนาไทยที่ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษหรือไม่

เศรษฐีอาหรับไม่ได้มาดูแค่เมืองไทย แต่ไปดูประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย เช่น กัมพูชา ปีที่แล้ว รัฐบาลคูเวต ควักเงิน 500 ล้านดอลลาร์ 17,000 ล้านบาท ให้เขมรกู้เพื่อลงทุนพัฒนาระบบชลประทาน ก่อนที่จะเข้าไปลงทุนทางการเกษตร รัฐบาลกาตาร์ เศรษฐีน้ำมันอีกประเทศ ก็ควักเงิน 200 ล้านดอลลาร์เกือบ 7,000 ล้านบาท ไปลงทุนปลูกข้าวในกัมพูชาเช่นเดียวกัน

อีกไม่ช้า ชาวนาไทยจะสะอื้นหนักกว่านี้ เมื่อตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งในโลกหลุดลอยไป ข้าวอาหรับ กัมพูชา พม่า เวียดนาม หลั่งไหลเข้ามาตีตลาดข้าวไทย ถ้าเรายังคิดไม่ทัน ยังเล่นการเมือง และบริหารประเทศกันแบบนี้.

ขอขอบุคณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์"ลม เปลี่ยนทิศ"

ไม่มีความคิดเห็น: