วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

3 ห่วง 2 เงื่อนไข กุญแจความพอเพียง

อยากให้เชื่อมั่นว่า...แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้คนไทยผ่านพ้นระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่ผันผวนไปได้

สุรชัย มรกตวิจิตรการ หรือ เฮียแดง เกษตรกรตัวอย่างตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต.บ้านโป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ บอกว่า แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง... หลายคนยังสับสน เข้าใจว่าใช้ได้เฉพาะเกษตรกร ทำการเกษตร เลี้ยงกบ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่

“ความจริงไม่ใช่...” เฮียแดง ว่า “แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของในหลวง มีหลักใหญ่อยู่ 3 ส่วน กับ 2 เงื่อนไข...หากน้อมรับไปใช้ในครอบครัว ชุมชน อำเภอ จังหวัด ประเทศ มั่นใจว่าทุกอาชีพสามารถใช้ได้ผล”

ปี 2540 ช่วงฟองสบู่แตก สุรชัยเป็นพ่อค้า มีหนี้สินก่อตัวมากมหาศาลก็พยายามแก้ปัญหาดิ้นรนทุกวิถีทาง พอเข้าปี 2542 ไม่มีอะไรดีขึ้น...

ผันชีวิตเข้าสู่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

นับจากได้รับการฝึกอบรมการใช้ชีวิตวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ถึงวันนี้ 7 ปีแล้ว แม้ว่ายังมีหนี้สินเหลืออยู่ แต่ก็เหลือไม่มาก

แต่ที่เห็นได้ชัดคือ ครอบครัวสุรชัยมีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก

จุดมุ่งหมายแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวโยงถึงประชาชนส่วนใหญ่ กว่าร้อยละ 80 เป็นเกษตรกร มีสภาวะความเป็นอยู่ไม่ดี มีหนี้สิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงชี้ถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงว่า จะต้องเริ่มจากการยังชีพไปสู่ การเลี้ยงชีพ

“วัตถุนอกกาย เงิน รถ ทีวี มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกสารพัด ถามว่าถ้าไม่มีมันตายไหม ก็คงไม่ตาย แต่อาจจะลำบากสักหน่อย

แต่สิ่งที่เราตื่นขึ้นมาแล้วต้องหาก็คืออาหาร ตราบที่เรายังมีลมหายใจอยู่ ปากมันไม่หยุด อย่างน้อยก็ต้องกินวันละ 3 มื้อ”

ในหลวงท่านชี้ว่า เราต้องเริ่มช่วยเหลือตัวเราเองก่อน ด้วยการลดหนี้สินก้อนใหญ่ของชีวิต รวมพลังในครอบครัวที่อาจจะมีหน้าที่หลักมากน้อยตามอาชีพ ใช้เวลาว่างช่วงเย็นวันเสาร์อาทิตย์รวมพลังกันลดหนี้สินก้อนนี้

“สำรวจดูซิว่าพื้นที่บ้านเราพอมีไหม สวนเราพอมีไหม ค่อยๆปลูกพืช ผัก เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาไปทีละน้อย”

อยากจะพิสูจน์แนวทางของพระองค์ท่าน...ลองหากระบอกไม้ไผ่ แขวนไว้ฝาบ้าน แล้วลองหาความรู้ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงกบ ไก่ หมู ที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ทำให้ระบบนิเวศเสียหาย

ถ้าเอาของที่ผลิตขึ้นมาประกอบอาหาร แจกจ่ายให้ญาติพี่น้อง เอาไปทำบุญ ก็ให้คิดเป็นตัวเงิน แล้วเอาเงินจำนวนนั้นใส่กระบอกไม้ไผ่ วันนี้ตัดผักกาดทำกับข้าว 5 บาท เอาไข่ เอาไก่ เอาปลา เอาเห็ดมากิน...เท่าไหร่ก็ใส่ไว้

ครบปีเปิดกระบอกไม้ไผ่ดูจะได้เงินก้อนใหญ่ เอาไปลดหนี้สิน หรือจะเอาไปใช้ลงทุนส่งลูกหลานเรียนหนังสือก็ได้

การช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นก็คือ การลดต้นทุน

เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่าร้อยละ 80 เป็นไปได้ไหมว่า...ก่อนที่จะทำการเกษตร อย่าใช้เงินนำหน้า แต่ให้ใช้ความรู้นำหน้า

ก่อนที่จะปลูก จะทำอะไร...ให้ไปหาความรู้ในการลดต้นทุนเสียก่อน ทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุในท้องถิ่น น้ำหมักชีวภาพ ปลูกแฝกบำรุงดิน อุ้มน้ำ ปรับสภาพความเป็นกรดด่าง ป้องกันการชะล้างหน้าดิน

ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เกิดการลดต้นทุน สองสามปีที่แล้ว สุรชัยไปเป็นวิทยากรให้กับเกษตรกรปลูกกระเทียมที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการทำปุ๋ยใช้เอง ช่วยลดการใช้ปุ๋ยจากปีละ 24 กระสอบ เหลือแค่ 7 กระสอบ เคยลงทุนกว่า 20,000 บาท ลดเหลือ 8,000 กว่าบาทเท่านั้น และยังให้ผลผลิตดีเหมือนเดิม

หากทำเช่นนี้ต่อไป ผืนแผ่นดินจะมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น สารเคมีตกค้างก็ลดลง ต้นทุนชีวิตจะดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เสี่ยงต่อสารเคมี

แน่นอน เมื่อต้นทุนการผลิตต่ำลง หากราคาผลผลิตไม่ดี ก็ไม่มีสภาวะขาดทุนมากเท่าไหร่

“นี่คือการเริ่มต้นจากการยังชีพไปสู่การเลี้ยงชีพ” สุรชัย ว่า

ย้อนกลับมาดู 3 ห่วงกับ 2 เงื่อนไข แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ห่วงแรก...การรู้จักพอประมาณตนเอง รู้จักต้นทุนชีวิตตัวเองว่ามีฐานะอย่างไร ควรจะทำอะไรบ้าง สิ่งที่ทำลงไปก็ต้องรู้จักพอประมาณ ไม่ใช่มีที่ทางก็เอาไปค้ำประกันกู้เงินมาลงทุน เขาให้กู้เท่าไหร่ก็กู้มาหมด ต้องคิดก่อนว่า ถ้าผลผลิตไม่ดีจะมีปัญญาใช้หนี้ไหม

“จะทำอะไร ต้องตั้งอยู่ในพอประมาณตนเอง” เฮียแดงย้ำ

ห่วงที่สอง...ต้องมีเหตุมีผล เป็นไปได้ไหม แต่ละครอบครัวหรือแต่ละกลุ่ม มานั่งคุยกัน ปัญหาทุกวันที่เรามีภาวะความเป็นอยู่ไม่ดีเป็นเพราะอะไร ใช้จ่าย เกินตัวไหม เป็นเพราะอาชีพเราไม่มีความรู้พอใช่ไหม

หรือว่าใช้จ่ายแบบประหยัดแล้ว แต่ยังมีภาวะความเป็นอยู่ที่ไม่ดี ก็ต้องหาต่อไป

ห่วงสุดท้าย ห่วงที่สาม...สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง

เฮียแดงยกตัวอย่างแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่บ้านมี 2 งานกว่า หลังอบรมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ตั้งแต่ปี 2542 ก็คิดว่าถ้าใช้พื้นที่ปลูกพืชอย่างเดียว พื้นที่แค่นี้ยังไงก็ไม่พอกิน

เฮียแดงมีลูกสาว 3 คน ทุกคนเรียนหนังสือ คนโตกับคนกลางเรียนมหาวิทยาลัย คนเล็กอยู่ชั้น ม.6 เฉพาะค่าเทอม รวมแล้ว 4-5 หมื่นบาท

ภรรยาถึงจะมีรายได้จากการทำงาน แต่ก็ไม่พออยู่ดี

เฮียแดงคิดว่า ถ้าทำเกษตรผสมผสาน พืชสวนครัว ไม้ผล เพาะเห็ด เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงหมู ทำกล้าไม้ในบางช่วงที่มีเวลา น่าจะทำให้ มีรายได้ก่อเกิดขึ้นมามากกว่า

“การทำให้เกิดรายได้เลี้ยงครอบครัวได้...เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง”

เกษตรกรขาดภูมิคุ้มกัน เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ถ้าหาความรู้ในการผลิตผลผลิตอย่างอื่นมารองรับเป็นพืชรองสัก 2-3 อย่าง หรือไม่ก็เลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป วันไหนพืชหลักไม่ดี สร้างรายได้ไม่มาก ก็ยังมีพืชรองเข้ามาเสริม มีเงินหมุนเวียน

เมื่อรวมทั้ง 3 ห่วงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องตั้งอยู่บนฐานนี้

ส่วนสองเงื่อนไขที่เหลือก็คือ...ความรู้ คู่คุณธรรม

ครอบครัวที่มีความยากจนมาก มีภาวะความเป็นอยู่ไม่ดี เป็นเพราะว่าใช้เงินนำหน้า ปัญญาตามหลัง เรามากลับกันได้ไหม เอาความรู้นำหน้า และเอาเงินตามหลัง

ก่อนที่จะทำอะไร ต้องหาความรู้ก่อน สิ่งที่จะผลิตมีตลาดรองรับไหม ต้นทุนเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ ถ้ารู้ว่ามีกำไรแน่นอน มีตลาดรองรับแน่นอน จะกู้ 10 ล้าน 100 ล้าน จะจ้างคนเป็นพันๆ จะเช่าที่เป็นหมื่นๆไร่มาทำก็ได้ จะรวยในวันเดียวก็ได้ ไม่มีใครห้าม

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ สิ่งที่ทำจะเกิดผลประโยชน์...หรือก่อหนี้สิน

เงื่อนไขสุดท้าย...คุณธรรม อย่างน้อยๆก็ต้องมีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ชุมชนไหนรวมตัวกันได้ มีการร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ด้วยภาวะหนี้สินทำให้คนในปัจจุบันไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนี้ เห็นแก่ตัวกันมาก รวมตัวกันไม่ค่อยได้

ชุมชน ครอบครัวไหน จะประสบความสำเร็จบนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้ จะต้องมีการระเบิดจากข้างใน ต้องเกิดจากจิตสำนึก

ผู้รู้ท่านหนึ่งเขียนไว้ เมื่อไม่ได้พัฒนาด้านจิตใจ จะพัฒนาด้านใดๆก็ไร้ผล การพัฒนาจะต้องเริ่มที่ใจคน จะเกิดผลพัฒนาที่ถาวร ซึ่งก็คือการระเบิดจากข้างใน

หน่วยงานต่างๆที่ดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอดระยะเวลา ส่วนมากมีทั้งงบประมาณ โครงการและแผน แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เป็นเพราะอะไร ก็น่าจะเป็นเพราะไม่มีการจุดระเบิดมาจากด้านใน

ถึงเวลาก็จะเอาโครงการลงไปสู่ชุมชน ทำไปปุ๊บก็เก็บผลงานส่งกลับไป สู่ส่วนกลาง สิ้นสุดงบประมาณแผนก็ล้มไปหมด

แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านจึงมีคำว่า ค่อยเป็นค่อยไป

“ทำอย่างไรก็ได้ เพื่อจุดประกายให้ชุมชนต่างๆน้อมรับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปได้ด้วยใจ ไม่ใช่ว่าน้อมรับไปเพราะต้องการงบประมาณ”

ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เฮียแดงฝากทิ้งท้ายไว้ให้คิด ให้ทำ เพื่อผลักดันขยายผลแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้ประสบความสำเร็จได้ ในผืนแผ่นดินไทย.

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก...(นานมากแล้วจำไม่ได้)

ไม่มีความคิดเห็น: